ในช่วงพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งเป็นรอยต่อเข้าสู่ฤดูฝนที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติทางดิน โดยค่าความเป็นกรด-ด่างบทางดินจะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการละลายของธาตุอาหารและการแพร่กระจายของเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรคในพืช ซึ่งกลไกการเกิดสภาวะดินกรดจากน้ำฝนที่สะสมสูง
กระบวนการชะล้างฐาน น้ำฝนนั้นมีความเป็นกรดอ่อนจากคาร์บอนไดออกไซต์ที่อยู่ในอากาศเข้าแทนที่ประจุบวกที่เป็นด่างเช่น Ca2+, Mg2+, และ K+ ที่อยู่บนผิวดินลงสู่ดินข้างล่าง ทำให้ไฮโดรเจนไอออน เข้ามาแทนที่ทำให้ค่าดินเป็นกรด เมื่อดินอิ่มตัวไปด้วยน้ำ ออกซิเจนที่อยู่ในดินจะลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้จุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจนเปลี่ยนไปใช้กระบวนการหายใจแบบไม่ใช่ออกซิเจน ผลผลิตที่ได้จากจุลินทรีย์นี้จะเป็นก๊าซไข่เน่าซึ่งเป็นพิษ ที่เรียกว่าสภาวะรีดักชั่นในดินน้ำขัง และเมื่อpHของดินนั้นต่ำกว่า5 อะลูมิเนียมที่อยู่ในโครงสร้างของดินจะละลายออกมาอยูในรูปAl3+ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการแบ่งเซลล์ของปลายราก ทำให้รากกุดและไม่ดูดซับธาตุอาหาร
วิธีการจัดการดินที่มีความเป็นในช่วงฤดูฝนนั้นสามารถใช้ซีโอไลต์หรือกลุ่มหินแร่ภูเขาไฟในการปรับปรุงสภาพดินได้ เนื่องจากกลุ่มหินแร่ภูเขาไฟนั้นมีรูพรุนสูงและมีค่าความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกที่สูงมาก จึงทำหน้าที่เป็นตัวต้านทานการเปลี่ยนแปลงและช่วยดักจับไฮโดรเจนไอออนในดิน จึงทำให้ดินไม่เกิดpHแกว่งอย่างฉับพลัน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความละเอียดของดิน ลดช่องว่างที่ทำให้เกิดการชะล้างหน้าดินได้ง่าย ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารที่มีประโยชน์และตรึงสารพิษบางชนิดไม่ให้เข้าสู่พืช
กลุ่มหินแร่ภูเขาไฟที่ได้กล่าวไปจะเป็นคุณสมบัติของภูไมท์ ภูไมท์ซัลเฟตเหลือง และ สเม็คไทต์ ที่มีอัตราการใช้อยู่ที่ 20 กิโลกรัม/พื้นที่ 1 ไร่ และอีกอย่างที่ต้องระวังหากเกิดดินกรดและความชื้นในดินสูงนั้นคือการเอื้ออำนวยการเจริญเติบโตของเชื้อราPhytophthora spp. และ Pythium spp. ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรครากเน่า สาเหตุที่เกิดเพราะว่าผนังเซลล์พืชจะขาดแคลเซียมที่เป็นองค์ประกอบหลักทำให้เนื้อเยื่อรากอ่อนนุ่มเข้าทำลายได้ง่ายและเชื้อรากลุ่มนี้จะเคลื่อนที่ได้ดีในดินที่มีน้ำท่วมขังและชื้นแฉะ
เมื่อpHเหมาะแก่การเจริญเติบโตจะกระตุ้นการสร้างสปอร์และการเข้าทำลายรากพืชมากกว่าสภาวะดินที่เป็นกลาง สามารถป้องกันและกำจัดได้โดนการใช้อินดิวเซอร์หรือเชื้อไตรโคเดอร์ม่าที่กำจัดเชื้อราทางดินที่ก่อให้เกิดโรครากเน่าดคนเน่านั้นเอง อัตราการใช้ 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่น/รดราดที่โคนต้นได้เลย
หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการปรึกษาปัญหาด้านการเกษตรปลอดสารพิษ ติดต่อสอบถามได้ที่ @thaigreenagro
บทความโดย นางสาวธารหทัย จารุเกษตรพร
ตำแหน่งนักวิชาการ