ทุกปี หลังฤดูเก็บเกี่ยว เรามักเห็นภาพ "การเผาตอซังฟางข้าว" ปกคลุมหลายพื้นที่ของประเทศ
ควันจากการเผาไม่ได้หายไปเฉย ๆ แต่กลายเป็นฝุ่น PM2.5 และก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อทั้งสุขภาพของผู้คน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพของดินในระยะยาว
แต่รู้หรือไม่ว่า...
วันนี้ "จุลินทรีย์สายพันธุ์ไทย" กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเปลี่ยนปัญหาเหล่านี้ ให้กลายเป็นโอกาสของเกษตรกรรมไทยได้อย่างน่าสนใจ
2 สหายที่ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว
นักวิจัยไทยได้ศึกษาการทำงานร่วมกันของจุลินทรีย์ 2 ชนิด ได้แก่
Bacillus subtilis (บาซิลลัส
ซับธิลิส)
ทำหน้าที่ช่วยปลดปล่อยธาตุอาหารในดิน กระตุ้นกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
ร่วมกับ
Trichoderma harzianum ไตรโคเดอร์ม่า
จุลินทรีย์ที่สามารถสร้างเอนไซม์ช่วยเร่งการย่อยสลายฟางข้าว ตอซัง และอินทรียวัตถุ ทำให้เศษวัสดุทางการเกษตรเปลี่ยนกลับมาเป็นอินทรียวัตถุในดินได้เร็วขึ้น พร้อมช่วยลดปัญหาโรคพืชบางชนิดที่เกิดในดิน
เมื่อทั้งสองทำงานร่วมกัน จึงเกิดการเสริมประสิทธิภาพกัน Synergy ทั้งด้านการย่อยสลายและการฟื้นฟูดิน
จาก "ของเสีย" สู่ "ธนาคารปุ๋ยหมัก"
แทนที่จะเผาฟางข้าวให้กลายเป็นควัน
ฟางและตอซังสามารถกลายเป็น
อินทรียวัตถุ
ธาตุอาหารของดิน
แหล่งอาหารของจุลินทรีย์
ธนาคารปุ๋ยหมักธรรมชาติในแปลงนา
วงจรนี้ช่วยให้ดินมีความร่วนซุย เก็บความชื้นได้ดีขึ้น และลดการสูญเสียธาตุอาหารจากการเผา ซึ่งเป็นแนวคิดของระบบเกษตรหมุนเวียน Circular Agriculture ที่กำลังได้รับความสนใจทั่วโลก
เกี่ยวอะไรกับ PM2.5
และโลกร้อน?
การเผาตอซังปล่อย
ฝุ่น PM2.5
คาร์บอนไดออกไซด์
ก๊าซเรือนกระจก
ออกสู่บรรยากาศในปริมาณมาก
แต่หากเปลี่ยนมาใช้การย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์
ลดความจำเป็นในการเผา
ลดการเกิดฝุ่นควัน
เพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดิน
ฟื้นฟูระบบนิเวศของดิน
จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลที่น่าสนใจจากการศึกษา
ข้อมูลจากการทดลองภาคสนามพบว่า
• การใช้ Bacillus subtilis และ Trichoderma harzianum ในสัดส่วน 50 : 50 ให้ผลค่อนข้างสมดุล ทั้งด้านการย่อยสลายฟางและการเจริญเติบโตของต้นข้าว
• การย่อยสลายฟางเกิดได้รวดเร็วขึ้น ช่วยให้สามารถเตรียมพื้นที่ปลูกในรอบถัดไปได้เร็วขึ้น
• ในแปลงทดลองบางพื้นที่ ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 26% เมื่อเทียบกับแปลงที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีดังกล่าว แม้ว่าผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ วิธีจัดการ และสภาพแวดล้อมของแต่ละแปลงนา
อนาคตของเกษตรไทย...อาจเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ใต้ผืนดิน
หลายครั้งเราอาจมองไม่เห็นคุณค่าของจุลินทรีย์ เพราะมีขนาดเล็กจนมองด้วยตาเปล่าไม่ได้
แต่สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ เหล่านี้ กำลังช่วยเปลี่ยนเศษฟางที่เคยถูกเผา ให้กลับมาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า
หากการเผาลดลง
ดินฟื้นตัวมากขึ้น
ต้นทุนการผลิตลดลง
และคุณภาพอากาศดีขึ้น
ประโยชน์ไม่ได้เกิดกับเกษตรกรเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งต่อถึงผู้บริโภค ชุมชน และสิ่งแวดล้อมของทุกคน
เพราะการแก้ปัญหาโลกร้อน บางครั้ง...อาจเริ่มต้นจาก "สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ" ที่ทำงานเงียบ ๆ อยู่ใต้ผืนดิน
ขอบคุณแหล่งข้อมูลอ้างอิง
คู่มือแนวทางปฏิบัติ "การปฏิรูปเกษตรกรรมไร้การเผาด้วยเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อความยั่งยืน" สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
บทความโดย : THAI GREEN AGRO