0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

🌾 ผลผลิตข้าวไม่ได้วัดแค่ “ได้กี่ตัน”

🌾 ผลผลิตข้าวไม่ได้วัดแค่ “ได้กี่ตัน”

ซีโอไลต์สัมพันธ์กับน้ำหนักเมล็ดและเมล็ดลีบอย่างไร?
เมื่อถึงวันเก็บเกี่ยว ตัวเลข ตันต่อเฮกตาร์ อาจเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนมอง
แต่เบื้องหลังผลผลิตนั้นยังมีคำถามสำคัญว่า
เมล็ดหนักขึ้นหรือไม่? เมล็ดลีบลดลงหรือไม่? และการจัดการปุ๋ยต่างกันให้ผลอย่างไร?
งานวิจัยในนาข้าวที่เปรียบเทียบการใส่ไนโตรเจนครั้งเดียวและแบ่งใส่ 3 ครั้ง ทั้งแบบมีและไม่มีซีโอไลต์ พบภาพที่น่าสนใจมาก

🌾 ผลผลิตสูงสุด — แบ่ง N 3 ครั้ง + ซีโอไลต์
ผลผลิตเรียงจากมากไปน้อยคือ
N3Z10 แบ่ง N 3 ครั้ง + ซีโอไลต์ → 8.06 ตัน/เฮกตาร์
N1Z10 ใส่ N ครั้งเดียว + ซีโอไลต์ → 7.90 ตัน/เฮกตาร์
N3Z0 แบ่ง N 3 ครั้ง ไม่ใช้ซีโอไลต์ → 7.74 ตัน/เฮกตาร์
N1Z0 ใส่ N ครั้งเดียว ไม่ใช้ซีโอไลต์ → 7.28 ตัน/เฮกตาร์
เมื่อเทียบกับ N1Z0 การใช้ซีโอไลต์ทำให้ N1Z10 และ N3Z10 มีผลผลิตสูงขึ้นประมาณ 8.5% และ 10.7% ตามลำดับ

🔎 แล้วผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมาจากอะไร?
คำตอบส่วนหนึ่งอยู่ที่ “เมล็ดหนักขึ้น และเมล็ดลีบน้อยลง”
น้ำหนัก 1,000 เมล็ดเพิ่มจาก 26.270 กรัมใน N1Z0 เป็น 26.648 กรัมใน N1Z10 และสูงสุด 26.848 กรัมใน N3Z10
ขณะเดียวกัน เปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบกลับลดจาก 4.43% ใน N1Z0 เหลือเพียง 2.60% ใน N1Z10 ซึ่งเป็นค่าต่ำที่สุดในงานทดลอง ส่วน N3Z10 อยู่ที่ 3.01%
ผู้วิจัยจึงเสนอว่า การเพิ่มผลผลิตจากซีโอไลต์สัมพันธ์เป็นสำคัญกับ น้ำหนัก 1,000 เมล็ดที่สูงขึ้นและเปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบที่ลดลง

🌱 จุดที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่กลุ่มที่ได้ผลผลิตสูงสุด
แม้ N3Z10 จะให้ผลผลิตสูงสุด 8.06 ตัน/เฮกตาร์ แต่ N1Z10 ซึ่งใส่ N เพียงครั้งเดียวร่วมกับซีโอไลต์ ให้ผลผลิต 7.90 ตัน/เฮกตาร์ และในเชิงตัวเลขสูงกว่า N3Z0 ซึ่งต้องแบ่ง N 3 ครั้งและให้ผลผลิต 7.74 ตัน/เฮกตาร์
นอกจากนี้ N1Z10 ยังมีน้ำหนัก 1,000 เมล็ด 26.648 กรัม ใกล้เคียง N3Z0 ที่ 26.542 กรัม โดยไม่แตกต่างกันอย่างชัดเจนทางสถิติในตัวชี้วัดนี้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้วิจัยมองว่า การใส่ไนโตรเจนรองพื้นครั้งเดียวร่วมกับซีโอไลต์ มีศักยภาพในการลดความถี่การใส่ปุ๋ย และอาจช่วยลดภาระแรงงานและพลังงานในการจัดการแปลง

💡 “ผลผลิตดี” จึงไม่ได้เกิดจากการใส่ปุ๋ยมากหรือบ่อยเพียงอย่างเดียว
สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้ธาตุอาหาร พร้อมใช้ในจังหวะที่ต้นข้าวต้องการ ระบบรากสามารถนำไปใช้ได้ดี และสุดท้ายเปลี่ยนทรัพยากรเหล่านั้นให้กลายเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม งานทดลองนี้ใช้ซีโอไลต์ 10 ตัน/เฮกตาร์ หรือประมาณ 1,600 กก./ไร่ กับข้าว Japonica พันธุ์ Gangyu6 ในประเทศจีน จึงควรใช้เป็น ข้อมูลเชิงวิจัย ไม่ใช่อัตราแนะนำสำหรับนาข้าวไทยทุกพื้นที่

🌾 เพราะเป้าหมายของการจัดการนาที่ดี ไม่ใช่เพียง “ทำให้ได้ผลผลิตสูงที่สุด” แต่คือการหาจุดสมดุลระหว่าง ผลผลิต ความสมบูรณ์ของเมล็ด จำนวนครั้งในการจัดการ และทรัพยากรที่ต้องใช้
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการผลิตข้าวอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

บทความโดย : THAI GREEN AGRO

×