0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

🌾🥚 “ไข่ไก่ 5 กิโลกรัม เปลี่ยนเป็นฮอร์โมนบำรุงข้าวได้จริงหรือ?”

ในยุคที่ต้นทุนการผลิตทางการเกษตรสูงขึ้น เกษตรกรจำนวนมากเริ่มหันมาศึกษาวิธีการใช้วัตถุดิบใกล้ตัว เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

 

หนึ่งในสูตรที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง คือ "ฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์" ซึ่งเป็นการนำสารอาหารจากไข่ไก่ผ่านกระบวนการหมัก เพื่อใช้เป็นสารบำรุงพืชในระบบเกษตรปลอดภัย โดยผู้คิดค้นคนแรกคือท่านอาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา

 

🥚 ส่วนผสมหลักของฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์

วัตถุดิบสำหรับการหมักช่วงแรก

• ไข่ไก่สดทั้งเปลือก 5 กิโลกรัม

• กากน้ำตาล 5 กิโลกรัม

• นมเปรี้ยว 1 ขวด

• ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ก้อน

หลังหมักครบ 14 วัน

• ซิลิโคเทรซ 2 กิโลกรัม

• ไคโตซาน MT 10 ลิตร

 

🌱 วิธีทำแบบย่อ

1️ ใส่กากน้ำตาลและไข่ไก่ทั้งฟองลงในถัง

2️ ตีไข่ให้แตกและคนผสมจนเข้ากัน

3️ เติมนมเปรี้ยวและลูกแป้งข้าวหมาก

4️ หมักไว้ 14 วัน

5️ คนส่วนผสมวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

6️ เมื่อครบกำหนด เติมซิลิโคเทรซ

7️ ค่อย เติมไคโตซานทีละน้อย พร้อมคนตลอดเวลา

 

⚠️ ข้อควรระวังสำคัญ

ห้ามเทไคโตซานลงครั้งเดียวทั้งหมด เพราะอาจเกิดฟองจำนวนมากจนล้นถังและสูญเสียวัตถุดิบ

 

🌾 นำไปใช้กับข้าวอย่างไร?

แช่เมล็ดพันธุ์ก่อนหว่าน

ใช้ฮอร์โมนไข่ 100 ซีซี + ไคโตซาน 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

แช่เมล็ดพันธุ์ประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนนำไปบ่ม

ฉีดพ่นบำรุงต้นข้าว

อัตรา 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร

นิยมใช้ในช่วง

• อายุประมาณ 20 วัน

• อายุประมาณ 50 วัน

• ช่วงตั้งท้องก่อนออกรวง

 

💡 ทำไมเกษตรกรจึงสนใจสูตรนี้?

เพราะเป็นแนวทางที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ผสมผสานกับธาตุอาหารเสริมและสารอินทรีย์ ช่วยเพิ่มทางเลือกในการดูแลพืช ลดการพึ่งพาปัจจัยการผลิตบางส่วนจากภายนอก และสอดคล้องกับแนวคิดเกษตรปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันตามสภาพดิน พันธุ์ข้าว สภาพอากาศ และการจัดการแปลงปลูกของแต่ละพื้นที่

 

🌿 เกษตรที่ยั่งยืน เริ่มต้นจากการเรียนรู้

ไม่มีสูตรสำเร็จใดที่เหมาะกับทุกพื้นที่ แต่การเรียนรู้ ทดลอง และปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของตนเอง คือหัวใจสำคัญของการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว

 

📌 ติดตามสาระด้านเกษตรปลอดภัย การทำนาไร้สารพิษ และเทคนิคการจัดการต้นทุน เพื่อร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหารและอนาคตการเกษตรไทยที่ยั่งยืน

 

บทความโดย : THAI GREEN AGRO

×