โรคแคงเกอร์เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas
axonopodis pv. ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจของพืชตระกูลส้ม
รวมถึงมะกรูดของเราด้วย โรคนี้มักจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจนบนใบ กิ่ง
และผลของมะกรูด ทำให้ผลผลิตเสียหายและคุณภาพลดลง หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รีบแก้ไข
อาจทำให้ต้นมะกรูดตายได้เลยทีเดียว การใช้สารเคมีในการป้องกันและกำจัดโรคนี้แม้จะได้ผลรวดเร็ว
แต่ก็ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพผู้บริโภค ดังนั้น
การหันมาใช้สารชีวภัณฑ์จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและยั่งยืน
อาการของโรคแคงเกอร์ในมะกรูด
• ใบ: จุดเล็กๆ: เริ่มแรกจะเห็นจุดเล็กๆ
สีเหลืองอ่อนหรือน้ำตาลอ่อนกระจายอยู่ทั่วใบ
แผลนูน:
จุดเหล่านี้จะค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นและนูนขึ้นมาทั้งสองด้านของใบ
วงแหวนสีเหลือง: รอบๆ
แผลมักจะมีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบ
ใบเหลืองและร่วง:
เมื่อโรคระบาดรุนแรง ใบจะเหลืองและร่วงก่อนกำหนด
• กิ่ง: แผลนูน:
เกิดแผลนูนสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้มตามลำต้นและกิ่ง
แผลแตก:
แผลเหล่านี้จะค่อยๆ แตกและขยายใหญ่ขึ้น ทำให้เปลือกไม้แตกเป็นสะเก็ด
• ผล: จุดด่าง: เกิดจุดด่างสีน้ำตาลหรือดำบนผิวผล
แผลลึก: แผลจะค่อยๆ
ลึกและขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ผลเสียรูปและเน่าเสีย
วิธีการรักษาและป้องกันโดยทั่งไปก็ต้องใช้สารเคมีที่ช่วยกำจัดพวกเชื่อราซึ่งส่งผลให้มีสารตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม
โดยมีอีกวิธีที่ไม่ต้องใช้สารเคมีก็ต้องใช้สารชีวะภัณฑ์ในการป้องกันและกำจัดซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภคสารชีวภัณฑ์ทที่แนะนำก็คือตัวไบโอเซนเซอร์หรือบาซิลลัสซับทิลิส
ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุโรคแคงเกอร์ ใช้ 50 กรัมต่อน้ำ
20 ลิตร ฉีดพ่นซ้ำทุก 7-10 วัน ฉีดพ่นอาจจะสลับกับไตรโคเดอร์มาหรือร่วมกันก็ได้
มันจะช่วยทำให้แผลแคงเกอร์แห้ง แต่แผลเป็นก็ยังมีอยู่ แต่ไม่รุกลามไปใบใหม่
ใช้ร่วมกับซิลิสิคแอซิด
มันจะทำให้เซลล์แข็งด้วยและเอาจุลินทรีย์ไปช่วยก็จะทำให้โรคแคงเกอร์ลดน้อยลงที่เราสามารถจะไปต่อกร
ไปต่อสู้ได้ 80-90 % สำคัญคือการแก้ที่ปลายเหตุ ต้นเหตุคือเพื่อนๆต้องไปดู pH
ของดินต้องอยู่ระหว่าง 5.8-6.3 ต้องทำพืชแข็งแรง
คือต้องมีซิลิก้าจากพวกหินแร่ภูเขาไฟตัว พูมิช หรือ ภูไมท์
อยู่ในดินเพื่อให้พืชนำไปสร้างผนังเซลล์ให้มีความแข็งแรงมากขึ้นทำให้โรคและแมลงไม่เข้ามากวนต้นมะกรูดเราอีกต่อไป
บทความโดย นายสายชล
ทองเศรษฐี
ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร บริษัทไทยกรีนอะโกร จำกัด