0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

🌱 ใช้ภูไมท์เท่าไรจึงเหมาะ? ผักสวนครัวกับไม้ผล…ใช้อัตราเดียวกันไม่ได้

หลายคนเข้าใจว่า "ยิ่งใส่มากยิ่งดี" หรือใช้สูตรเดียวกันได้กับพืชทุกชนิด

 

แต่ความจริงแล้ว ผักสวนครัวและไม้ผลมีระบบราก ขนาดต้น และการดูดซึมธาตุอาหารแตกต่างกัน การเลือกใช้อัตราที่เหมาะสมจึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พืชได้รับซิลิก้าอย่างมีประสิทธิภาพ

 

🥬 สำหรับผักสวนครัว

เช่น คื่นฉ่าย ผักชี ผักกระเฉด พริก และผักที่มีรากตื้น

แนะนำใช้อัตรา 4060 กิโลกรัมต่อไร่

หว่านให้ทั่วแปลง แล้วพรวนดินตื้น ก่อนปลูก เพื่อให้ภูไมท์อยู่ในระดับเดียวกับระบบราก ช่วยให้รากดูดซึมซิลิก้าได้ดีขึ้น

เมื่อพืชได้รับซิลิก้าอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเนื้อเยื่อพืช และอาจช่วยลดความรุนแรงของปัญหาโรคและแมลง เช่น ไรขาวในพริก หรือโรคราสนิมในขึ้นฉ่าย รวมถึงช่วยยืดอายุการเก็บเกี่ยวในหลายกรณี

 

🍊 สำหรับไม้ผลและพืชต้นใหญ่

เช่น ส้ม ฝรั่ง ชมพู่ ทุเรียน ลองกอง มังคิดและมะขามหวาน

ไม่ควรใช้อัตรา 4060 กิโลกรัมต่อไร่เหมือนผักสวนครัว

เพราะไม้ผลมีรากลึก แผ่กว้าง และมีทรงพุ่มขนาดใหญ่ หากใช้ในปริมาณน้อย ซิลิก้าที่พืชดูดซึมอาจกระจายไปทั่วทั้งต้น ทำให้เห็นผลช้าหรือไม่ชัดเจน

แนวทางที่เหมาะสม คือ

✔️ ใส่ภูไมท์ให้เพียงพอตามขนาดของต้นและพื้นที่ราก เช่น อาจจะใส่ 1 กิโลกรัมต่อตารางเมตรเป็นต้น

✔️ สามารถหว่านร่วมกับปุ๋ยโพแทสเซียมสูตร 0-0-60 แล้วรดน้ำตาม เพื่อช่วยให้ธาตุอาหารและแร่ธาตุซึมลงสู่บริเวณรากได้ดีขึ้น

 

💦 หากต้องการป้องกันแบบเร่งด่วน

สามารถเตรียม น้ำใสภูไมท์ สำหรับฉีดพ่นได้ ดังนี้

📌 ภูไมท์ผง 300 กรัม

📌 น้ำสะอาด 20 ลิตร

กวนให้เข้ากัน พักไว้ประมาณ 5 นาที แล้วตักเฉพาะน้ำใสไปฉีดพ่นให้เปียกทั่วทั้งต้น ส่วนกากที่เหลือสามารถนำไปโรยรอบโคนต้น เพื่อช่วยปรับปรุงดินและใช้ประโยชน์ต่อได้

 

🌿 หัวใจสำคัญไม่ใช่การใช้มากที่สุด แต่คือการใช้ให้เหมาะกับชนิดของพืช

เมื่อเข้าใจธรรมชาติของรากและการดูดซึมธาตุอาหาร ก็จะช่วยให้การใช้ภูไมท์เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งต่อการเจริญเติบโต คุณภาพผลผลิต และการจัดการแปลงปลูกอย่างยั่งยืน

 

📚 ติดตามสาระความรู้ด้านเกษตรปลอดภัย เพื่อเรียนรู้เทคนิคการดูแลพืชด้วยหลักการที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง

 

บทความโดย : THAI GREEN AGRO

×