ขี้ไก่ ขึ้นชื่อว่าเป็นมูลสัตว์ที่มีธาตุอาหารเข้มข้นที่สุดเนื่องจากมีปัจจัยหลัก
1.ระบบย่อยอาหารและทางเดินอาหารเนื่องจากไก่มีระบบทางเดินอาหารที่สั้นและที่สำคัญไก่ขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระออกมาพร้อมกันซึ่งเป็นแหล่งไนโตรเจนชั้นดี ในขณะที่สัตว์เคี้ยวเอื้องอย่างวัวจะแยกถ่าย ทำให้ธาตุอาหารบางส่วนสูญเสียไป
2.อาหารที่ให้ไก่กินซึ่งอาหารที่มีโปรตีนสูงและอาหารที่ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เพื่อใช้ในการผลิตไข่และเนื้อ ธาตุอาหารที่เหลือจากการดูดซึมจึงถูกขับออกมาในมูลในปริมาณที่สูงมาก แต่ปัญหาใหญ่คือ "แก๊สแอมโมเนีย" ที่รุนแรงและความเป็นกรด-เค็มที่อาจทำลายรากพืช โดยแก๊สแอมโมเนียจะมีกลิ่นฉุนของขี้ไก่คือแก๊สที่ทำลายระบบรากและใบพืช ความเป็นกรดและความเค็มหากใช้สะสมปริมาณมากเกินไปจะทำให้โครงสร้างดินเสีย และเนื่องจากขี้ไก่มีความร้อนสูงหากใส่ขี้ไก่สดลงไปจะคล้ายความร้อนจนรากไหม้และต้นไม้ตายได้
แล้วการใช้ภูไมท์ ซัลเฟตจะเข้าไปช่วยยังไง ต้องบอกก่อนเลยว่าภูไมท์ ซัลเฟตนี้เป็นกลุ่มหินแร่ภูเขาไฟที่มีการนำมาปรับปรุงโครงสร้างดินซึ่งประกอบไปด้วยธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมเช่น ธาตุแคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน ทองแดง รวมไปถึงธาตุซิลิก้า เมื่อนำมาผสมกับขี้ไก่ จะเกิดปฏิกิริยาที่เปลี่ยนขี้ไก่ให้กลายเป็นปุ๋ยชั้นเลิศ เมื่อนำมาใช้ข้อดี
1.การตรึงธาตุอาหาร ขี้ไก่มีไนโตรเจนสูงมากแต่ระเหยง่ายในรูปแก๊สแอมโมเนีย ภูไมท์ ซัลเฟต จะทำหน้าที่เป็น "ฟองน้ำระดับโมเลกุล" ช่วยดูดซับไนโตรเจนเอาไว้ไม่ให้สูญเสียไป และค่อยๆ ปลดปล่อยออกมาให้พืชใช้อย่างต่อเนื่อง
2.เพิ่มธาตุอาหารรอง-เสริม ขี้ไก่มี N-P-K แต่ขาดธาตุอาหารรอง ภูไมท์ ซัลเฟต จะเติมเต็ม กำมะถัน ที่ช่วยเรื่องกลิ่นและรสชาติ, แมกนีเซียม ที่ช่วยให้ใบเขียวเข้ม และ ซิลิก้า ที่ทำให้พืชแกร่งทนทานต่อโรคและแมลง
3.ดับร้อน แก้เค็ม ขี้ไก่สดจะมีความร้อนสูงและเค็มจัด ภูไมท์ ซัลเฟต จะช่วยลดความเป็นพิษของแก๊สในกองปุ๋ย และช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ให้เหมาะสม ทำให้รากพืชสามารถชอนไชเข้าหากองปุ๋ยได้โดยไม่เกิดอาการ "รากไหม้" และ
4.ปรับปรุงโครงสร้างดิน ด้วยโครงสร้างรูพรุนของแร่ภูเขาไฟ เมื่อใส่ลงดินพร้อมขี้ไก่ จะช่วยให้ดินร่วนซุย อากาศถ่ายเทได้ดี และช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินขยายตัวได้เร็วยิ่งขึ้น โดยอัตราส่วนในการใช้ ขี้ไก่ 10 กิโลกรัม ภูไมท์ ซัลเฟต 1 กิโลกรัม จากนำหมั่นกลับกองทุก 7-10 วัน
หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการปรึกษาปัญหาด้านการเกษตรปลอดสารพิษ ติดต่อสอบถามได้ที่ https://thaigreenagro.com/
บทความโดย นางสาวธารหทัย จารุเกษตรพร
ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร บริษัทไทยกรีนอะโกร