0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

ภัยเงียบจากของสดในบ่อปลาดุก จัดการด้วยสเม็คไทต์

ในการเลี้ยงปลาดุกเกษตรกรมีวิธีที่หลากหลายในการเลือกใช้เพื่อลดต้นทุนอาหาร หนึ่งในนั้นคือการให้อาหารสดหรือเศษอาหารที่เหลือ แต่การให้อาหารประเภทนี้กลับนำมาซึ่งภัยเงียบและร้ายกาจที่สุดในบ่อเลี้ยงนั้นคือ แอมโมเนีย ซึ่งมีความเข้มข้นสูงกว่าบ่อที่ใช้แค่อาหารเม็ด หากมีการจัดการที่ไม่ถูกวิธีจะส่งผลต่อความเสียหายมากกว่าที่คิด หากยังนึกภาพไม่ออกเราลองมาเปรียบเทียบกันระหว่างอาหารเม็ดและอาหารสดในการเลี้ยงปลาดุก 1.การย่อยสลายแบบอาหารสดจะย่อยสลายได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากของสดนั้นมีโปรตีนที่สูง เมื่อปลากินไม่หมดเศษอาหารเหล่านี้จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียที่อยู่ภายในบ่ออย่างรวดเร็วและปล่อยแอมโมเนียออกมาในปริมาณที่สูงมากและเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน 

2.การให้อาหารสดเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้วิธีการกะปริมาณในการให้ ทำให้มีเศษอาหารเหลือตกค้างอยู่ใต้ก้นบ่อจำนวนมากและเป็นแหล่งของการเกิดแก๊สแอมโมเนียและปัญหาต่างๆภายในบ่อ 

3.แก๊สแอมโมเนียนั้นจัดเป็นแก๊สพิษหากมีการสะสมอยู่ในบ่อจะส่งผลกระทบต่อปลาโดยตรงทั้งในเรื่องความเครียด  ความอยากอาหารลดลง อัตราการเจริญเติบโตช้า สุขภาพอ่อนแอเป็นโรคง่ายและยังเป็นต้นกำเนิดในการเกิดแก๊สไนไตรท์ ไนเตรท นำเขียว น้ำหนืดเป็นฝ้า โดยระดับแอมโมเนียไม่ควรเกิน 0.05 mg/L และจะยิ่งเป็นพิษร้ายแรงในสภาพน้ำที่ร้อนและเป็นด่างสูง 

ตัวช่วยฉุกเฉินในการบำบัดใต้ก้นบ่อนั้นคือ สเม็คไทต์ เป็นหินแร่ภูเขาไฟที่มีค่าC.E.C.ในการดูดจับแก๊สอยู่ที่ 110 meq/100 g ทำให้มีความสามารถในการดูดจับแก๊สแอมโมเนียที่อยู่ในน้ำได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความเข้มข้นในน้ำลดลง นอกจากนี้สเม็คไทต์ยังสามารถช่วยปรับสภาพดินที่ก้นบ่อได้อีกด้วย จะช่วยในเรื่องการจับสารอินทรีย์ ของเสีย แก๊สพิษในบ่อเช่น แก๊สไข่เน่า แก๊สมีเทน หากใส่ในช่วงที่น้ำในบ่อมีปัญหาจะช่วยคงค่าpHน้ำให้อยู่ในค่าที่คงที่ อัตราการใช้จะอยู่ที่ 20 kg/พื้นที่ 1 ไร่ ใช้ควบคู่กับ จุลินทรีย์ย่อยสลายบาซิลลัสMT ที่มีคุณสมบัติในการย่อยเศษอาหารที่เหลืออยู่ใต้ก้นบ่อ ย่อยสลายขี้เลนใต้ก้นบ่อ ช่วยให้ก้นบ่อสะอาดมากยิ่งขึ้น อัตราการใช้ 1 kg/พื้นที่ 1 ไร่ แนะนำให้ใช้บาซิลลัสMTในช่วงเช้าที่มีแดดอ่อนเพื่อการทำงานที่มีปะสิทธิภาพ 

หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการปรึกษาปัญหาด้านการเกษตรปลอดสารพิษ ติดต่อสอบถามได้ที่ https://thaigreenagro.com/

บทความโดย      นางสาวธารหทัย จารุเกษตรพร

ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร บริษัทไทยกรีนอะโกร

×