0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

🌾 ซีโอไลต์ช่วย “เก็บธาตุอาหาร” ไว้ให้ข้าวใช้ได้นานแค่ไหน?

🌾 ซีโอไลต์ช่วย “เก็บธาตุอาหาร” ไว้ให้ข้าวใช้ได้นานแค่ไหน?

คำตอบอาจไม่เหมือนกันในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต
ต้นข้าวไม่ได้ต้องการธาตุอาหารในปริมาณเท่ากันตลอดฤดู และธาตุอาหารที่เราใส่ลงดินก็ไม่ได้คงอยู่ในรูปที่พืชใช้ได้ตลอดเวลา
งานวิจัยในนาข้าวพบว่า ซีโอไลต์ (Zeolite) มีผลต่อความพร้อมใช้ของไนโตรเจนและโพแทสเซียมแตกต่างกันอย่างน่าสนใจระหว่าง ช่วงสร้างต้น–ใบ กับ ช่วงสืบพันธุ์

🌱 ช่วงแรก: ซีโอไลต์ช่วยรักษาแอมโมเนียมไว้ในดินได้เด่นชัด
ที่ 15 วันหลังปักดำ กลุ่มใส่ไนโตรเจนครั้งเดียวร่วมกับซีโอไลต์ (N1Z10) มี NH₄⁺-N 17.44 มก./กก. ขณะที่กลุ่มแบ่งไนโตรเจน 3 ครั้งร่วมกับซีโอไลต์ (N3Z10) อยู่ที่ 15.70 มก./กก.
เมื่อเทียบกับ N3Z0 ที่ไม่มีซีโอไลต์ ซึ่งอยู่ที่เพียง 11.29 มก./กก. จะเห็นว่าซีโอไลต์มีบทบาทชัดเจนต่อการรักษาแอมโมเนียมในช่วงต้นของการเจริญเติบโต
เหตุผลสำคัญมาจากโครงสร้างของซีโอไลต์ที่มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวก หรือ CEC จึงสามารถยึด NH₄⁺ ไว้ตามตำแหน่งแลกเปลี่ยนและค่อย ๆ ปลดปล่อยกลับสู่สารละลายในดิน แทนที่จะปล่อยให้ไนโตรเจนทั้งหมดเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนรูปอย่างรวดเร็ว

🌾 โพแทสเซียมก็มีภาพที่น่าสนใจเช่นกัน
ในช่วง vegetative period กลุ่ม N3Z10 มี Available K สูงถึง 353.68 มก./กก. และ N1Z10 อยู่ที่ 302.72 มก./กก. เทียบกับ N1Z0 ที่ 274.54 มก./กก.
ผู้วิจัยอธิบายว่า เมื่อซีโอไลต์แลกเปลี่ยนไอออนกับ NH₄⁺ อาจมีการปลดปล่อย K⁺ ออกจากตำแหน่งแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกที่เกี่ยวข้องกับ Available K ที่เพิ่มขึ้น

⏳ แต่เมื่อข้าวเข้าสู่ช่วงสืบพันธุ์ ภาพของไนโตรเจนเปลี่ยนไป
เมื่อวัดหลังระยะน้ำนม 5 วัน ปริมาณ NH₄⁺-N เหลือประมาณ 0.95–1.01 มก./กก. และ NO₃⁻-N ประมาณ 0.84–0.87 มก./กก. โดยไม่พบความแตกต่างทางสถิติที่ชัดเจนระหว่างกรรมวิธี
ผลนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่า อิทธิพลของซีโอไลต์ต่อความพร้อมใช้และการปลดปล่อยไนโตรเจนเด่นกว่าในช่วง vegetative period และไม่ได้หมายความว่าซีโอไลต์จะรักษา Available N ให้อยู่ในระดับสูงตลอดฤดู
แต่สำหรับ Available K ความแตกต่างยังคงปรากฏอยู่ โดย N3Z10 มี 30.99 มก./กก. และ N1Z10 28.50 มก./กก. เทียบกับ N3Z0 ที่ 24.00 มก./กก. และ N1Z0 ที่ 25.50 มก./กก.

💡 บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “ซีโอไลต์เก็บปุ๋ยได้”
แต่คือ ซีโอไลต์มีบทบาทต่อธาตุอาหารแต่ละชนิดและแต่ละช่วงเวลาไม่เหมือนกัน
ในงานทดลองนี้
ช่วงต้น → ผลต่อ NH₄⁺-N และ Available K เห็นได้ชัด
ช่วงสืบพันธุ์ → ความแตกต่างของ Available N ลดลง ขณะที่ Available K ยังสูงกว่าในกลุ่มที่ใช้ซีโอไลต์
นี่ทำให้เราเห็นภาพของซีโอไลต์ได้ชัดขึ้นว่า ไม่ใช่ “ถังเก็บปุ๋ยที่เก็บทุกอย่างไว้ตลอดฤดู” แต่เป็นวัสดุแลกเปลี่ยนไอออนที่สามารถช่วย จัดจังหวะความพร้อมใช้ของธาตุอาหาร ภายใต้สภาพดินและการจัดการที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม งานทดลองใช้อัตราซีโอไลต์ 10 ตัน/เฮกตาร์ หรือประมาณ 1,600 กก./ไร่ กับข้าว Japonica ในประเทศจีน จึงควรใช้ผลนี้เป็น หลักฐานเชิงกลไกและแนวทางศึกษา ไม่ใช่นำอัตราดังกล่าวไปใช้เป็นสูตรสำเร็จสำหรับนาข้าวไทยโดยตรง

🌱 เพราะการจัดการธาตุอาหารที่ดี ไม่ใช่เพียงถามว่า “ใส่อะไร?” แต่ต้องรู้ด้วยว่า “พืชต้องการเมื่อไร และธาตุอาหารยังพร้อมให้พืชใช้ในเวลานั้นหรือไม่?”
การเข้าใจจังหวะของ ดิน–ธาตุอาหาร–ราก–ระยะการเจริญเติบโต คืออีกก้าวของการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียโดยไม่จำเป็น และพัฒนาระบบการผลิตข้าวให้ยั่งยืนยิ่งขึ้น

×