0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ

เทคนิคการจัดการเพื่อลดความสูญเสียในบ่อปลานิลช่วงหน้าร้อน

หน้าร้อนนี้ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนของทุกๆปีจะถือเป็นช่วงปราบเซียนในการเลี้ยงปลานิล เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดที่ส่งผลต่อระบบนิเวศในบ่อเลี้ยงโดยตรง ซึ่งเกษตรกรหลายคนได้ยินกันมาว่าช่วงหน้าร้อนนั้นมีอัตราการตายของปลานิลสูง นั้นเป็นเพราะเมื่อน้ำในบ่อเลี้ยงมีอุณหภูมิสูง ความสามารถในการละลายของออกซิเจนจะลดน้อยลงซึ่งสวนทางกับความต้องการออกซิเจนในปลาที่สูงขึ้นเนื่องจากระบบเผาผลาญทำงานหนักมากขึ้นทำให้เกิดปรากฏการณ์ความเครียดจากความร้อนซึ่งจะส่งผลต่อภูมิคุ้มกันให้ต่ำลงเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสได้ง่ายกว่าปกติ และอีกสาเหตุที่จะทำให้เกิดการลอยหัวและการน็อคตายของปลาได้ง่ายคือการเกิดแอมโมเนีย ไนไตรท์ อัลคาไลน์ ในบ่อเลี้ยง สาเหตุในการเกิดแก๊สเหล่านี้สามารถเกิดได้จาก

 

1.ของเสียจากปลาที่มีการสะสมอยู่ใต้ก้นบ่อยิ่งปลามีอายุเยอะของเสียยิ่งเยอะ

 

2.อาหารปลา จากการให้แต่ละครั้งมักจะเหลือเศษอาหารที่มีการสะสมอยู่ใต้ก้นบ่อ

 

 เมื่อสาเหตุเหล่านี้โดนความร้อนกระตุ้นจะทำให้เกิดการย่อยสลายอยู่ใต้ก้นบ่อเกิดแก๊สแอมโมเนีย ไนไตรท์ ที่สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน แก๊สแอมโมเนียหากมีสูงจะส่งผลต่อปลานิลทุกส่วนทั้งทำลายระบบการหายใจ ทำให้เหงือกอักเสบส่งผลต่อการแลกเปลี่ยนออกซิเจนเมื่อปลานิลได้รับออกซิเจนน้อยความสามารถในการจับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงจะลดลงส่งผลให้เกิดการลอยหัว และไจนไตรท์หากมีสูงจะส่งผลต่อเม็ดเลือดแดงทำให้ไม่สามารถจัดออกซิเจนได้ส่งผลให้ปลาขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง ปลาว่ายน้ำช้า เหงือกซีด/น้ำตาลคล้ำ และทำให้ปลาสูญเสียความสามารถในการควบคุมปริมาณเกลือและนำในร่างกายปลาจึงต้องมีการใช้พลังงานอย่างมากในการรักษาสมดุลทำให้ร่างกายทรุดโทรมเร็วขึ้น

 

วิธีการแก้ปัญหาและรับมือในช่วงร้อนนั้นคือการจัดการสภาพน้ำภายในบ่อ แนะนำเกษตรกรเลี้ยงปลานิลใช้กลุ่มหินแร่ภูเขาไฟที่ชื่อว่า สเม็คไทต์  เป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับสภาพน้ำภายในบ่อปลานิลที่เกษตรกรควรมีติดไว้ คุณสมบัติจะช่วยลดแอมโมเนีย ไนไตรท์ อัลคาไลน์ ลดการเกิดน้ำเขียว หนืด  ลดอัตราการลอยหัวและน็อคตายได้ เนื่องจากสเม็คไทต์จะเข้าไปจับแก๊สเหล่านี้จึงทำให้มีออกซิเจนภายในบ่อสูงขึ้น นอกจากนี้สเม็คไทต์ยังมีแร่ซิลิก้าที่ช่วยในเรื่องเกล็ด เหงือก ภูมิต้านทานให้ปลาแข็งแรงลดอัตราการเกิดโรค

 

อัตราการใช้ 20 กิโลกรัม/พื้นที่ 1 ไร่ หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการปรึกษาปัญหาด้านการเกษตรปลอดสารพิษ

 

บทความโดย      นางสาวธารหทัย จารุเกษตรพร

ตำแหน่งนักวิชาการเกษตร บริษัท

×