0

Your Cart

No products in the cart.
THAIGREENAGRO | ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ
[agrikon_wc_ajax_search]

รับมือกับ..ไรแดงแอฟริกันในทุเรียน

ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งและมีลมพัดแรง ชาวสวนทุเรียนเตรียมรับมือกับไรแดงแอฟริกัน โดยเฉพาะสวนที่อยู่ในระยะหัวกำไล ระยะหางแย้

รูปร่างลักษณะ

  ไรแดงแอฟริกัน (African red mite) มีวงจรชีวิตจากไข่ถึงตัวเต็มวัยประมาณ 7-12 วัน เพศเมียลําตัวกลมแบน สีน้ำตาล/แดงเข้ม ตัวยาว มักอยู่กับที่   เพศผู้ลําตัวเรียวแคบ ก้นแหลม ขายาว ขนบนหลังเรียวเล็กและสั้นกว่าขนบนหลังของตัวเมีย ขนาดลําตัวเล็กกว่าตัวเมีย

ลักษณะการทําลาย

  ไรแดงทุเรียนดูดกินน้ำเลี้ยงอยู่บริเวณผิวใบทุเรียน ทําให้เกิดเป็นจุดปะสีขาวกระจายอยู่ทั่วบนใบ จนใบมีอาการขาวซีดและมีคราบสีขาวเกาะติดเป็นผลขาวๆ คล้ายฝุ่นจับ โดยเฉพาะใบแก่และใบเพสลาด  ถ้าหากมีไรแดงทําลายเป็นปริมาณมากและต่อเนื่องจะทําให้ใบเหลืองซีด แห้งกร้าน และร่วง ส่งผลกระทบต่อการออกดอกและติดผลของทุเรียน

กลุ่มสารชีวภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันและกำจัดไรแดง

บูเวเรีย หรือ เชื้อราบูเวเรีย  (Beauveria bassina)

เชื้อราบูเวเรีย (ราขาว) เป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ สามารถทำลายแมลงหรือทำให้เกิดโรคกับแมลงหลายชนิด  ลักษณะของเส้นใย และสปอร์มีสีขาวหรือสีครีมซีด เจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิ 20-27 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์   จัดเป็นเชื้อประเภท  Saprophyte  อาศัยและกินเศษซากที่ผุพัง

          ประโยชน์ เชื้อราบูเวเรียสามารถที่จะควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิดที่สำคัญ ๆ เช่น  เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  หนอนผีเสื้อศัตรูพืชต่าง ๆ หนอนห่อใบข้าว  เพลี้ยอ่อน  เพลี้ยแป้ง เพลี้ยจักจั่น  เพลี้ยไฟ  ไรแดง  แมลงหวี่ขาว  ด้วงงวงต่าง ๆ  เป็นต้น

          กลไกการทำลาย
          เชื้อราบูเวเรีย ที่อยู่ในระยะสปอร์  เมื่อตกหรือติดกับผนังลำตัวแมลง หากสภาพแวดล้อมและความชื้นเหมาะสม สปอร์ก็จะงอก (germ tube) แทงทะลุผ่านผนัง หรือช่องว่างบนลำตัว โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อของแมลงที่มีผนังบาง เส้นใยของเชื้อราจะเข้าสู่เนื้อเยื่อ ของแมลง โดยอาศัยน้ำย่อยต่าง ๆ ได้แก่  ไลเปส (Lipase) โปรตีเนส (Proteinase) และไคติเนส (Chitinase) เมื่อเชื้อราเข้าสู่ช่องว่าง ของลำตัวแมลงจะเจริญเพิ่มปริมาณ และสร้างเส้นใยจนเต็มช่องว่างในลำตัวของแมลง พร้อมกับผลิตเอ็นไซม์ที่เป็นพิษ แมลงจะเริ่มเป็น อัมพาตทั่วตัวและตาย  หลังจากแมลงตายเส้นใยของเชื้อราจะพัฒนาต่อไปเพิ่มปริมาณอัดแน่นภายในซากของแมลง และแทงก้านชูสปอร์ (Conidiophores)  ทะลุผ่านผนังลำตัวออกมาภายนอกซากแมลงที่ตายจะแห้งแข็ง มีสปอร์สีขาวขึ้นปกคลุม

         อาการของแมลงที่ถูกเชื้อราบูเวเรียเข้าทำลาย

1. แมลงจะแสดงอาการเป็นโรคคือเบื่ออาหาร กินอาหารน้อยลง อ่อนแอและไม่เคลื่อนไหว

2. สีผนังลำตัวแมลงจะเปลี่ยนไป จะปรากฏจุดสีดำบนบริเวณที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย

3. พบเส้นใยและผงสีขาวของสปอร์ปกคลุมตัวแมลงที่ถูกเชื้อราเข้าทำลาย

อัตราการใช้ บูเวเรีย 50 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นเชื้อลงพื้นดินและให้ทั่วทรงพุ่มพ่นก่อนการระบาดทุก 7-15 วัน ในกรณีที่เกิดการระบาดควรพ่นซ้ำทุก 3-5 วัน และควรผสมม้อยเจอร์แพล้นท์ ( สารจับใบ ) ก่อนพ่นทุกครั้ง และสภาพแปลงควรมีความชื้น พ่นช่วงประมาณ 16:30 นาฬิกา เป็นต้นไป ไม่พ่นร่วมกับสารกำจัดเชื้อราทุกชนิดสามารถใช้ร่วมกับอาหารเสริมได้ทุกชนิด และแนะนำให้ใช้ร่วมกับฟอร์แทรนด์(เชื้อราเมธาไรเซียม) จะเพิ่มประสิทธิภาพการยับยั้งการระบาดของไรแดงแอฟริกันได้ดียิ่งขึ้น

 

บทความโดย      นางสาวคนึงนิจ หอมหวล

ตำแหน่งฝ่ายวิชาการบริษัทไทยกรีนอะโกร (ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ)

 

📌สอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Line@ ID : Thaigreenagro

Facebook : บริษัท ไทยกรีนอะโกร

Website : www.thaigreenagro.co.th

TikTok : Thaigreenagro

 

×