นิดหนึ่งนี้อุทิศแด่ชาวนา     ผู้ต่ำต้อยน้อยหน้าเหลือแสน    ลำบากยากจนข้นแค้น   ไป่แม้นชาวฟ้ามหานคร   โดย. อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ
02 ตุลาคม 2557


ยินดีต้อนรับ  Guest
ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
     
จำนวนสมาชิก : (6516)
สมัครสมาชิก  ลืมรหัสผ่าน
          Social Network
fan page tawizter youtube
ค้นหา:  
ลิ้งในฐานข้อมูล (16168 )
Skip Navigation Links.

www.dbd.go.th






แลกลิ้ง






ติดต่อแลกลิ้งติดต่อกลับ thaigreenagro@gmail.com


www.thaigreenagro.com







มารู้จักการปลูกพืชผักระบบไฮโดรโพนิกส์กันครับ (อ่าน 2906 ครั้ง)
วันที่ : 13 ก.ค. 2553, 8:06:56 น.
หมวดหมู่ : พืชผัก-พืชไร่ กลุ่ม : พืชผักกินใบ

Hydroponics คือการปลูกพืชโดยให้รากพืชแช่อยู่ในน้ำสารละลายธาตุอาหารโดยตรง มีหลายรูปแบบเช่น

1. Nutrient Film Technique (NFT) คือการปลูกพืชโดยให้รากพืชแช่อยู่ในรางน้ำสารละลายธาตุอาหารที่ไหลผ่านเป็นฟิล์มบางๆประมาณ 2-3 มิลลิเมตรอย่างช้าและต่อเนื่อง

2. Deep Flow Technique (DFT) คือการปลูกพืชโดยให้รากพืชแช่อยู่ในกระบะน้ำสารละลายธาตุอาหารที่มีระดับความลึกประมาณ 2-15 ซ.ม.

3.  Dynamic Root Floating Technique (DRFT) คือการปลูกพืชที่มีรูปแบบผสมผสานระว่าง NFT และ DFT โดยให้รากพืชแช่อยู่ในรางน้ำสารละลายธาตุอาหารที่ไหลผ่านโดยมีระดับความสูงของน้ำในรางมากกว่าแบบ NFT อย่างช้าและต่อเนื่อง

ข้อควรรู้ก่อนการลงทุนปลูก

เนื่องจากการทำฟาร์มปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน ค่อนข้างที่จะใช้เงินลงทุนสูง จึงควรที่จะพิจารณาข้อมูลต่างๆให้รอบด้าน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน

Hydro_20100713.gif

 

- ทำเลที่ตั้ง   มีความเหมาะสมต่อการปลูกหรือไม่  โดยพิจารณาจาก

ก. ความใกล้ไกลตลาด  การคมนาคมสะดวก หมายถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่ง

ข. ราคาที่ดิน หรือค่าเช่า

ค. ควรมีศักยภาพในการผลิตความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ได้แก่

             - แหล่งน้ำที่มีคุณภาพ และมีปริมาณที่เพียงพอตลอดเวลา

             - ไฟฟ้า

             -  ที่น้ำท่วมหรือไม่

             -  สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศดี เช่น การถ่ายเทอากาศ  อุณหภูมิของอากาศ

- เลือกชนิดของผักที่จะปลูก โดยพิจารณาจาก

ก. ผักที่ตลาดต้องการ

ข. ราคาในตลาดดี

ค. คู่แข่งขันน้อย

ง. ผักนอกฤดูกาล

- เลือกระบบที่จะปลูกให้เหมาะกับชนิดผักที่จะปลูก และที่ตั้งของฟาร์ม

ก. ระบบที่ลงทุนต่ำ 

ข. ต้นทุนการผลิต/กิโลกรัมต่ำ  ขนาดแปลงปลูก

ค. ให้ผลผลิต/ไร่สูง

ง. ดูแลรักษาง่าย

จ. ความยืดหยุ่นของระบบ

- โรงเรือน ควรพิจารณาหารูปแบบที่เหมาะสม สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ

ก. ความแข็งแรง ทนทาน

ข. เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ  ในต่างประเทศที่มีสภาพภูมิอากาศหนาว มีหิมะและลมแรง โรงเรือนต้องทำหน้าที่ปกป้องพืชจากปัญหาดังกล่าว เช่นอาจมีระบบเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นในหน้าหนาว  ในขณะที่ปลูกในประเทศไทย ต้องหาทางลดอุณหภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูร้อน

ค. ป้องกันศัตรูเข้ามารบกวน

 

รูปแบบของโรงเรือนในประเทศไทยมี 3 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ

1. โรงเรือนปิดที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ หรือที่เรียกว่า E-VAP ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ สามารถป้องกันลม ฝน และแมลงศัตรูพืชได้ดี และสารถปรับอุณหภูมิได้โดยใช้หลักการทำงานของพัดลมดูดอากาศ ซึ่งสามารถควบคุมปัจจัยในการเจริญเติบโตของพืชได้ดี แต่มีราคาแพง

2. โรงเรือนปิด แต่ไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้ ส่วนใหญ่มักทำด้วยพลาสติก โดยด้านข้างปิดด้วยมุ้งตาข่ายสีขาวที่มีขนาดตั้งแต่ 16 ช่องต่อตารางนิ้วเป็นต้นไป สามารถป้องกันฝน ลม และแมลงได้  มีทั้งโรงเรือนขนาดใหญ่ คลุมแปลงปลูกได้มากแปลง และโรงเรือนขนาดเล็ก คลุมได้เพียงแปลงปลูกเดียว

3. การปลูกนอกโรงเรือน 

 

- ระบบน้ำที่จะใช้และการให้ธาตุอาหาร

ก. ระบบน้ำรวม น้ำที่ใช้ต้องบริสุทธิ์มากพอ ลงทุนมากเรื่องระบบบำบัดน้ำ และขนาดของถังน้ำในระบบ  เสี่ยงกับการเกิดโรคได้ง่าย และรวดเร็ว  การจัดการง่าย

ข. ระบบน้ำรวมเป็นกลุ่มย่อย ๆ ลดความเสี่ยง

ค. ระบบแยกเฉพาะแปลงปลูก ลงทุนเรื่องระบบน้อยกว่า  แต่การจัดการยุ่งยากกว่า

แหล่งน้ำที่ใช้ในการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน

1. น้ำฝน ถือว่าเป็นแหล่งน้ำที่ดีที่สุด  เนื่องจากมีสิ่งเจือปนน้อย และต้นทุนต่ำ ในต่างประเทศจะขุดสระขนาดใหญ่ ที่ปูทับด้วยพลาสติก ใช้สำรองน้ำใช้ตลอดปี

2. น้ำประปา ส่วนใหญ่ใช้ในการปลูกได้ดี เนื่องจากมีสิ่งเจือปนน้อย  แต่มีราคาค่อนข้างแพง  บางแห่งอาจต้องระวังเรื่องคลอรีน 

3. น้ำชลประทาน เกิดจากการกักเก็บน้ำจากผิวดินเพื่อใช้ในการเกษตร ก่อนนำมาใช้ควรมีการตรวจสอบก่อน 

4. น้ำบาดาล หรือน้ำใต้ดิน ส่วนใหญ่มักมีธาตุโซเดียม และสารพวกโลหะหนักที่เป็นพิษกับพืชปนอยู่ ดังนั้นควรมีการตรวจสภาพสิ่งเจือปนของน้ำก่อนนำมาใช้

5. น้ำคลอง คุณภาพของน้ำมักเปลี่ยนแปลงตามสิ่งที่น้ำไหลผ่าน จึงมักมีสิ่งเจือปนมาก ควรระมัดระวังในการใช้

น้ำที่จะใช้ปลูกในระบบ Hydroponic  ควรได้รับการตรวจวิเคราะห์ก่อนเบื้องต้นว่ามีปริมาณสิ่งเจือปนมากน้อยเพียงใด  โดยการตรวจค่า EC ซึ่งการบอกค่ารวม หากมากกว่า 0.5 ควรนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าเป็นสารชนิดใดบ้าง อยู่ในปริมาณที่เป็นอันรายกับพืชหรือไม่  สามารถแก้ไข และต้องเสียค่าใช้จ่ายมากน้อยเพียงใด

- ระบบไฟฟ้า  ต้องมีระบบสำรองไฟหรือไม่

- ระบบการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น

ก. ระบบ  EVAP  ใช้รังผึ้ง พัดลม

ข. ระบบพ่นน้ำเป็นละออง

ค. การให้ความเย็นกับระบบราก

ข้อดีและข้อเสียชองการปลูกพืชระบบไฮโดรโพนิกส์

การปลูกพืชโดยวิธีไฮโดรโปนิกส์เป็นการปลูกพืชโดยใช้หลักวิชาการแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่โดยการเลียนแบบการปลูกพืชบนดิน แต่ไม่นำดินมาใช้เป็นวัสดุปลูก พืชสามารถเจริญเติบโตได้โดยอาศัยธาตุอาหารต่างๆ ที่ละลายลงในน้ำเพื่อทดแทนธาตุอาหารที่มีอยู่ในดิน ซึ่งวิธีการนี้มีข้อดีหลายประการ เช่น

1. สามารถปลูกพืชได้ต่อเนื่องตลอดปี เมื่อเก็บผลผลิตผักแล้วสามารถปลูกพืชผักรุ่นต่อไปได้ทันที เนื่องจากไม่ได้ปลูกพืชลงดินจึงไม่ต้องทิ้งระยะเวลาเพื่อทำการพักดิน ตากดิน กำจัดวัชพืช และเตรียมแปลงปลูกใหม่ การปลูกพืชในดินต่อเนื่องเป็นเวลานานยังทำให้เกิดปัญหาดินเสื่อมสภาพ แต่การปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์สามารถปลูกพืชต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกลัวปัญหานี้ เนื่องจากแหล่งอาหารของพืชไม่ได้มาจากดิน แต่มาจากธาตุอาหารต่างๆ ที่ให้ทางสารละลายธาตุอาหาร นอกจากนั้นการปลูกพืชด้วยเทคนิคนี้ไม่ขึ้นกับฤดูกาล เพราะมีการควบคุมสภาพแวดล้อม จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปลูกได้ต่อเนื่องตลอดปี

2. สามารถปลูกพืชได้แม้ในที่ที่ไม่มีพื้นที่สำหรับปลูกพืช การอาศัยอยู่ในชุมชนเมืองซึ่งที่ดินมีราคาแพง ผู้อยู่อาศัยในที่ที่มีพื้นที่จำกัด เช่น ตึกแถว ทาวน์เฮาส์ อาคารชุด และหอพัก ไม่มีพื้นที่สำหรับปลูกพืช สามารถปลูกพืชผักสวนครัว สมุนไพร หรือไม้ดอกไม้ประดับ ได้โดยใช้ระบบไฮโดรโปนิกส์ขนาดเล็กวางบริเวณพื้นที่ว่างที่มีอยู่เล็กน้อย เช่น ริมหน้าต่าง ทางเดิน ดาดฟ้า พื้นที่เล็กๆ หลังบ้าน

3. สามารถปลูกพืชในที่ที่ดินไม่เหมาะสม ในบางพื้นที่มีพื้นที่อยู่มากมาย แต่ใช้ทำการเพาะปลูกพืชไม่ได้ เนื่องจากดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ดินทะเลทราย พื้นที่ที่เป็นหิน พื้นที่ภูเขา ดินเค็ม ดินกรด ดินด่าง พื้นที่อยู่ในเขตแห้งแล้ง หรือขาดแคลนน้ำชลประทาน การแก้ปัญหาเหล่านี้ทำได้ยาก ต้องใช้เวลานาน และใช้งบประมาณมาก สามารถใช้พื้นที่ที่มีอยู่ปลูกพืชได้ด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ เพราะนอกจากไม่ต้องใช้ดินเป็นแหล่งอาหารสำหรับพืชแล้ว ยังเป็นวิธีที่ใช้น้ำน้อยและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ พืชไม่มีปัญหาขาดน้ำ ไม่มีการสูญเสียน้ำจากการซึมลึก การไหลทิ้ง หรือการแย่งน้ำจากวัชพืช ไม่มีปัญหาการให้น้ำมากเกินไป

4. พืชเจริญเติบโตได้เร็วและให้ผลผลิตสูง การปลูกพืชด้วยวิธีดั้งเดิม ไม่สามารถกำหนดปริมาณธาตุอาหารให้พอดีกับความต้องการของพืชได้ นอกจากนั้นยังมีการสูญเสียธาตุอาหารจากกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในดินและในอากาศ ตลอดจนการแย่งธาตุอาหารจากวัชพืช แต่การปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ สามารถควบคุมปริมาณสารอาหารได้ดีกว่าการปลูกในดิน สามารถกำหนดปริมาณธาตุอาหารให้ตรงกับความต้องการของพืช พืชได้รับสารอาหารในรูปอนินทรีย์โดยตรง ทำให้การใช้ปุ๋ยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังไม่มีปัญหาการแย่งธาตุอาหารโดยวัชพืช จึงทำให้พืชเจริญเติบโตเร็วและได้ผลผลิตสูง ในอีกแง่หนึ่ง ถ้าคำนึงถึงผลผลิตต่อปี ผลผลิตจากการผลิตด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ก็จะสูงกว่าการปลูกด้วยวิธีดั้งเดิม เนื่องจากการเก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้นและปลูกต่อเนื่องได้ตลอดปีไม่ขึ้นกับฤดูกาล ทำให้สามารถปลูกพืชได้มากครั้งกว่าในเวลาเท่ากัน

5. ผลผลิตมีความสม่ำเสมอ สะอาดและคุณภาพดี เนื่องจากมีการควบคุมปริมาณธาตุอาหารตามที่พืชต้องการตลอดจนควบคุมปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมได้ทั่วถึง ทำให้ได้ผลผลิตที่มีความสม่ำเสมอ มีรูปร่าง สี ขนาด ใกล้เคียงกัน ผลผลิตไม่ได้สัมผัสกับดิน จึงสะอาดและดูน่ารับประทาน การปลูกพืชวิธีนี้จึงเป็นวิธีที่เหมาะที่จะผลิตพืชผักที่ต้องการผลผลิตที่มีคุณภาพและความสม่ำเสมอ เช่น ผักส่งออก ผักทดแทนการนำเข้า และผักส่งขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต

6. ใช้แรงงานน้อยลง การปลูกพืชด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์จะใช้แรงงานน้อยกว่าการปลูกพืชด้วยวิธีดั้งเดิม เนื่องมาจากไม่ต้องมีการเตรียมดิน ไม่ต้องทำการเขตกรรม เช่น ให้น้ำ ใส่ปุ๋ย กำจัดวัชพืช มีศัตรูพืชน้อยกว่า จึงใช้แรงงานในการกำจัดน้อยกว่า การเพาะเมล็ด การย้ายปลูก การเตรียมแปลงปลูก และการเก็บเกี่ยว ทำได้ง่ายกว่า จึงใช้แรงงานน้อยกว่า

7. ลดการใช้สารเคมี เนื่องจากมีการควบคุมสภาพแวดล้อม ควบคุมศัตรูพืชได้ง่าย เพราะการไม่ใช้ดินในการปลูกพืช ทำให้ไม่มีปัญหาโรคแมลงที่อยู่ในดินตลอดจนไม่มีปัญหาวัชพืช ส่วนโรคแมลงที่ระบาดทางอากาศก็สามารถลดการใช้สารเคมีได้โดยการใช้โรงเรือนตาข่าย

เลือกระบบปลูกแบบไหนดี ลองพิจารณาจากตารางด้านล่าง ดังนี้

NFT

DRFT

วัสดุปลูก

1.เหมาะกับผักสลัดเจริญด้านข้าง ไม่เหมาะกับผักไทยเนื่องจากรูปลูกไม่สามารถปรับระยะปลูกได้

เหมาะกับผักเอเชีย เจริญด้านสูง เช่นผักบุ้ง คะน้าและสามารถปลูกผักสลัดได้ แต่ระยะปลูกต้องห่างขึ้น

เหมาะกับผักต้นใหญ่อายุปลูกยาว(มากกว่า 2-3 เดือน) เช่น มะเขือเทศ พริกหวาน แตงญี่ปุ่น เมล่อน

2.ลงทุนระบบใหญ่สูง

เริ่มจากเล็กๆ ได้ เนื่องจากเป็นโต๊ะเดี่ยว

การลงทุนขึ้นอยู่กับขนาดอาจจะเล็กหรือใหญ่ได้

3.มีระบบย้ายกล้าทำให้ผักอยู่ในรางปลูกสั้น 14-21 วัน สามารถเพิ่มรอบปลูกได้

ผักไทยจะอยู่ในโต๊ะปลูกตลอดอายุปลูก(20-50)เพิ่มรอบปลูกได้ยาก

ปกติจะมีการย้ายกล้า 1 ครั้ง และพืชจะอยู่ในวัสดุปลูกตลอดอายุ

4.เป็นระบบกลางแจ้ง

ปลูกในโรงเรือน ป้องกันแมลงและฝน ได้ดี

ส่วนใหญ่ปลูกในโรงเรือนตาข่ายกันแมลง

5.การจัดการสารละลายแบบรวม การดูแลง่ายใช้คนน้อยแต่ถ้าเกิดปัญหาจะเกิดรวมทั้งระบบซึ่งปัญหาจะรุนแรง

การจัดการสารละลายแยกอิสระต่อกันต้องใช้คนดูแลมาก แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจะเกิดเฉพาะโต๊ะ ไม่มีผลต่อโต๊ะอื่น

การจัดการสารละลายเป็นระบบรวมและมีวัสดุปลูกเป็นที่เก็บน้ำและปุ๋ยให้กับพืช สามารถใช้น้ำที่ไม่ค่อยบริสุทธิ์ได้ หรืออาจมีการนำสารละลายจาก DRFTหรือNFTมาใช้ในวัสดุปลูกได้

6.การล้างทำความสะอาดง่ายและเร็ว

การทำความสะอาดยากกว่า

สามารถนำวัสดุปลูกที่ใช้แล้วออกได้เลย แต่จะเสียเวลาในการเตรียมวัสดุปลูกในรอบต่อไป วัสดุปลูกที่ใช้แล้วสามารถใช้เป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้

7.ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิด พืชอาจตายหมดทั้งระบบได้ถ้าดูแลไม่ดี เช่น มีการใส่กรดในสารละลายมากเกินไป ไฟดับ ปั๊มเสีย

การดูแลง่าย อาจปลูกเป็นอาชีพเสริมได้ ไม่ต้องมีการดูแลมากนักโดยเฉพาะผักไทย

มีการดูแลคล้ายปลูกในดินถ้าระบบน้ำดีจะดูแลง่าย

8.ต้องมีระบบสำรองในกรณีไฟฟ้าดับ พืชจะตายเร็วมากเพราะขาดน้ำ

ไฟดับพืชสามารถอยู่ได้เนื่องจากมีสารละลายอยู่ที่รากพืช

มีวัสดุปลูกเก็บน้ำให้พืชใช้ได้ระยะหนึ่ง

ที่มา : รศ.ดร.อิทธิสุนทร นันทกิจ , เอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการ งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติราชพฤกษ์ เรื่อง การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

หลักการทำงานของระบบ DRFT( Dynamic Root Floating Technique)

การปลูกพืชแบบระบบให้สารละลายธาตุอาหารพืช และอากาศไหลวนผ่านรากพืชในระดับลึกอย่างต่อเนื่องในถาดปลูก ระบบปลูกแบบนี้ได้พัฒนาเพิ่มเติมมาจากระบบ DRF (Dynamic Root Floating Hydroponics Technique) ซึ่งระบบนี้ก็้พัฒนามาจากระบบ Deep Flow Technque ( DFT)อีกทอดหนึ่ง แต่เพิ่มการไหลเวียนของอากาศ และสารอาหารคือมีถาดปลูกด้วยโฟม เจาะรูปลูกพืชและมีอุปกรณ์สำหรับ ปรับระดับของสารอาหาร เป็นระบบปลูก ที่มีลักษณะเหมือนระบบ DFT แต่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อการผลิตพืชเชิงการค้า โดยต้องการให้พืช ได้รับทั้งอากาศและ สารละลายธาตุอาหาร ที่มีการหมุนเวียนที่รากพืชอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ จะมีระบบให้สารละลายธาตุอาหารพืช แบบหมนเวียน (Closed System) จาก 2 ส่วนคือ

1. ในถาดปลูกที่ทำจากโฟม(ส่วนที่อยู่ด้านบนของาด ะถูกปิดด้วยแผ่นโฟมที่มีรูสำหรับปลูกพืช) ที่ตั้งอยู่บนโครงเหล็ก ที่มีระดับ สูงกว่าพื้นดิน

2. ถังใส่สารอาหารที่มีปริมาณมากกว่าถาดปลูก ซึ่งปกติถังนี้จะวางอยู่ต่ำกว่าถาดปลูกหรือฝังดินใต้ถาดปลูก

ที่พื้นของถาดปลูกจะถูกออกแบบให้เป็นร่องและมีอุปกรณ์สำหรับ

1. ปรับระดับสารอาหารในถาดปลูกพืชตามอายุของพืชเพื่อให้รากพืชลอยอยู่ทั้งในอากาศและสารละลายธาตุอาหาร

2. อุปกรณ์นี้จะมีรูให้สารละลายธาตุอาหารไหลแบบหมุนเวียนลงสู่ถังปลูกข้างล่าง

สารละลายธาตุอาหารจากถังใส่สารอาหารที่อยู่ข้างล่างจะถูกส่งขึ้นไปยังถาดปลูกพืชที่อยู่ข้างบนแบบหมุนเวียนเป็นระยะๆ โดยใช้ปั้มน้ำที่บนถาดปลูกด้านต้นทางที่สารละลายไหลขึ้นนี้จะมีอุปกรณ์สำหรับเพิ่มอากาศให้กับสารละลายธาตุอาหารพืชก่อนที่จะไหลวนผ่านรากพืชกลับลงสู่ถังใส่สารละลายที่อยู่ด้านล่างที่ด้านปลายทางของถาดปลูก และที่จุดสารละลายจะไหลลงนี้ จะไหลผ่านอุปกรณ์สำหรับปรับระดับของสารละลายในถาดปลูกได้ตามการเจริญของพืช

เขียนและรายงานโดย นายจตุโชค จันทรภูมี (นักวิชการ)

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 เสนอแนะติชม email : thaigreenagro@gmail.com

My Great Web page

logoVDO.gif

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ



ฐานข้อมูลชีวิตและผลงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ โหลดเพลง นิยาย คลิปวีดีโอ การ์ตูน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมประมง กรมปศุสัตว์ กรมพัฒนาที่ดิน ตลาดไทย สี่มุมเมือง ฟาร์มเกษตร ดอทคอม ปุ๋ย ปุ๋ยเม็ด ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องทำปุ๋ย เครื่องผสมปุ๋ย เครื่องอัดเม็ดปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ เครื่องปั้น ผลิตอาหารสัตว์ เครื่องบดปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ เครื่องผลิตปุ๋ย ทำปุ๋ยขายphorphieng.com สั่งพิมพ์,เสื้อยืด,แก้วมัค,เซรามิค::  สุปรีดาพาราดอทคอม : จำหน่ายกล้ายางพาราคุณภาพ กรมวิชาการรับรอง All About Agriculture unseentourthailand.com ไร่ภูพานรีสอร์ท รีสอร์ทมีระดับ สำหรับครอบครัว ชุมชนเกษตรพอเพียง (ออนไลน์) จำหน่ายลูกไก่พื้นเมือง,คู่มือการเลี้ยงไก่พื้นเมือง ร้านเกษตรวิรุฬ Chokdee Farm