เทคนิคการปลูกเผือกแบบปลอดสารพิษ ได้ผลผลิตที่ดี

0 Comment
56 Views

เผือกเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจที่คนที่อยากหันมาทำเกษตรทั้งเป็นรายได้หลักหรือรายได้เสริม น่าจะทดลองปลูกดู คนไทยนิยมบริโภคเผือกเพราะมีกลิ่นหอมและรสชาติดี เป็นพืชหัวที่เป็นพืชอาหารที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง หัวเผือกจะมีส่วนประกอบจำพวกแป้งและแร่ธาตุต่าง ๆ ส่วนใบประกอบไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุ ซึ่งใบเผือกสามารถนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย ปัจจุบันเผือกกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย ประเทศไทยมีการปลูกเผือกอยู่ทั่วไปทุกภาคของประเทศ ส่วนจังหวัดที่เป็นแหล่งปลูกที่สำคัญ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ นครสวรรค์ พิษณุโลก นครราชสีมา สุรินทร์ สระบุรี อยุธยา สิงห์บุรี ปราจีนบุรี นครนายก นครปฐม ประจวบคีรีขันธ์ ราชบุรี สุพรรณบุรี ชุมพร และสุราษฎร์ธานี โดยเผือกที่นิยมปลูกมากที่สุดคือเผือกหอม แต่ปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกเผือกนั้นจะพบปัญหาเรื่องหัวของเผือกมีขนาดเล็ก น้ำหนักน้อย โดยการเพิ่มแป้งและขนาดเป็นปัญหาหลักๆของเกษตรกรที่ปลูกเผือกเลยก็ว่าได้ รองลงมาก็ปัญหาจากโรคและแมลง

วันนี้ทางผู้เขียนก็จะมาอธิบายเทคนิคการเพิ่มแป้งและเพิ่มน้ำหนักมาให้เกษตรกรผู้ปลูกเผือกได้นำไปทดลอง ทดสอบดูว่าจะได้ผลจริงไหม อันดับแรกของการปลูกเผือกก็จะต้องเช็คตรวจสภาพดินที่จะนำเผือกลงเพาะปลูกนั่นเองครับ โดยดินจะต้องร่วนซุนค่า PH ของดินจะต้องอยู่ที่ 5.8-6.3 เผือกจะได้รับปุ๋ยและธาตุอาหารต่างๆได้อย่างเต็มที่ อันดับต่อมาคือการใส่ปุ๋ยโดยการใส่ปุ๋ยต้องใส่เดือนละ 1 ครั้งพร้อมการพรวนดินโคนต้นและการกำจัดวัชพืช โดยการฉีดปุ๋ยช่วงแรกให้ใช้สูตร 46-0-0 เพื่อเร่งต้นประมาณ 50-100 กรัม/น้ำ 20 ลิตร และอาจจะฉีดธาตุรองธาตุเสริม(ซิลิโคเทรซ+ไคโตซานMT) ทางใบเพิ่ม เพราะเผือกต้องการปุ๋ยมาก ดินจะต้องชุ่มชื้นตลอด การใส่ปุ๋ยรอบ 2 ควรจะใช้สูตร 6-32-32 เพื่อเพิ่มแป้งและเกร็ดสุดท้ายคือการขยายหัวให้ใหญ่และมีน้ำหนักคือ ให้ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0 กับ 0-52-34 ผสมร่วมกันแล้วฉีดพ่นตอนช่วงก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 15 วัน โดยสูตรนี้จะเร่งขยายหัวให้ใหญ่และมีน้ำหนักมากโดยจะสังเกตเห็นดินที่โคนต้นนั้นแตกแยกออกมานั่นเป็นเพราะหัวเผือกนั้นใหญ่ขึ้นมานั่นเอง เกษตรกรท่านใดที่จะทดลองก็สามารถนำไปทดลองกันได้นะครับพืชจำพวกมันสำปะหลังก็สามารถใช้ได้ครับ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายจตุโชค จันทรภูมี(ผู้เขียน)โทร.0859205846 / LINE ID : tga001 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามไปที่ฝ่ายวิชาการของทางชมรมเกษตรปลอดสารพิษ โทร.029861680-2


เขียนและรายงานโดย : นายจตุโชค จันทรภูมี(นักวิชาการ)
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
แนะนำติชม : thaigreenagro@gmail.com

Article by thaigreenagro


Leave your comment